วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 100 คำแรก ที่ใช้บ่อย ต้องรู้ทุกคำ จำให้แม่น
คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 100 คำแรกที่ใช้บ่อยสุดๆ สำหรับฝรั่งเขานะคะ เป็นคำที่ใช้พูดในชีวิตประจำวัน แต่เราอาจเห็นว่าบางคำไม่นาจะอยู่ในหมวดหมู่คำที่ใช้บ่อยก็มี แต่สำหรับเจ้าของภาษาเขาบอกว่านี่แหละ ใช้บ่อยสุดๆแล้ว
ว่าแล้วก็มาดูกันเลยครับว่าคำที่ใช้บ่อยที่ว่าหน่ะ มีคำไหนบ้างที่เราไม่รู้จัก อย่าให้เยอะนะครับ เพราะคำเหล่านี้มันเป็นคำพื้นฐานอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้จักคำพื้นฐานเหล่านี้ก็แย่เลย
คลิกที่นี่...http://xn--12cl9ca5a0ai1ad0bea0clb11a0e.com
40 Basic sentences
เป็นการเรียนรู้ 40 ประโยคพื้นฐานที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นประโยคที่เราใช้บ่อยในการดำเนินชีวิต ถ้าอยากรู้ว่ามีประโยคอะไรบ้าง ไปดูกันเลยจ้า
คลิกที่นี่ ...https://www.youtube.com/watch?v=Dh9xvz3FGfQ
ดูหนังยังไง ให้พูดอังกฤษได้
เคยได้ยินไหม?…มีคนมักบอก ว่าอยากพูดอังกฤษเก่งๆ ให้ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ
คลิกที่นี่ http://www.mindenglish.net/article/watchmovies/
Top 5 secret tips for speaking English fluently!!
5 เทคนิคลับฝึกภาษาอังกฤษ : ให้พูดเก่งขั้นเทพ!
คลิกที่นี่...http://www.mindenglish.net/article/5secrets/
Learning Log ( Our class )
Learning Log
( Our Class)
ภาคบ่าย วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2558
เรื่อง อบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะ
หลังจากที่ผู้เข้าอบรมทุกคนรับประทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทุกคนก็ได้เริ่มทยอยเข้ามาในห้องอบรม เพื่อทำการอบรมต่อในช่วงสุดท้ายโดยมี ผศ.ดร ศิตา เยี่ยมขันติถาวร เป็นผู้เสวนาอีกครั้ง
ซึ่งการอบรมในภาคบ่ายนี้ จะมีการเล่นเกมส์และมีกิจกรรมที่สนุกๆ
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านได้ร่วมกันทำกิจกรรมที่ได้ทั้ง ความสนุก ความรู้
ควบคู่กันไป ซึ้งกิจกรรมนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านเกิดกระบวนการเรียนรู้มากมาย
ทั้งกระบวนการคิด กระบวนความสามัคคี ซึ่งกิจกรรมนี้ก็คือ การเล่นเกมส์โยนลูกบอล
เล่านิทาน
โดยกิจกรรมแรกที่เริ่มต้นขึ้นในภาคบ่ายของวันที่ 30 ตุลาคม 2558 เริ่มด้วยการที่ท่านวิทยากรได้เปิด
VDO รายการกด like วัยทีน และรายการ Hello
English และที่สำคัญ ผศ.ดร ศิตา
เยี่ยมขันติถาวร ได้เป็นพิธีกรดำเนินรายการทั้ง 2 ซึ้งเนื้อหาใน
VDO นั้นเป็นการดำเนินรายการด้วยการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อที่จะสอนภาษาอังกฤษ
และในรายการจะมีตัวอย่างการยกประโยค เพื่อความเข้าใจของผู้ฟังมากยิ่งขึ้น
หลังจากนั้นก็ได้เริ่มการเล่นเกมส์ และเกมส์นั้นมีชื่อว่า Tic Tac Toe โดยวิธีการเล่นเกมส์นี้จะให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านจับคู่กัน
หลังจากนั้นก็มีการร้องเพลงพร้อมกับประกอบท่าทาง โดยเนื้อหาในเพลงที่ร้อง มีดังนี้
Left and the left . Right and the right.Forward and Backward,And tic tac
toe. เมื่อร้องเพลงนี้แล้วได้ผู้ชนะ
คนที่แพ้ก็จะต้องมายืนต่อหลังผู้ชนะเสมอเรื่อยๆ
วนจนเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้น
ซึ้งจะเห็นว่ากิจกรรมนี้จะพูดแต่คำศัพท์ที่ซ้ำๆกัน จึงส่งผลให้ทุกคนจำคำศัพท์คำนั้นได้
และเกมส์สุดท้ายคือเกมส์โยนลูกบอลเล่านิทาน โดยมีกติกาดังต่อไปนี้
จะมีการโยนลูกบอลไปเรื่อยๆ เมื่อเพลงจบและลูกบอลอยู่ที่ใคร
คนๆนั้นจะต้องออกไปหน้าห้อง เพื่อเล่านิทานคลละ 1 ประโยค จะมีการทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
จนได้นิทานออกมา 1 เรื่อง และเมื่อได้นิทานมา 1 เรื่องแล้ว ก็มีการให้ทุกคนแบ่งกลุ่ม เพื่อให้แต่ละกลุ่ม
วาดรูปให้ตรงกับนิทานที่แต่งขึ้นในห้องอบรมจากการเล่นเกมส์ก่อนหน้านี้
และสรุปเนื้อหาอีกครั้งแต่ให้เหลือเพียง 3 ประโยคเท่านั้น
ซึ้งการสอนด้วยวิธีแบบนี้จะทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเขียนและกล้าแสดงออก
และสิ่งที่สำคัญที่สุดทำให้ทุกคนได้รู้คำศัพท์เพิ่มขึ้นอีกด้วย
สิ่งที่ได้จากการอบรมในช่วงบ่าย ของวันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2558 นี้ได้เรียนรู้ในเรื่องของคำศัพท์ใหม่ๆ
ที่น่าสนใจและได้ทั้งความรู้
และความสนุกจากการเล่นเกมส์ทั้งสองเกมส์ซึ่งเกมส์นี้สอนให้เรากระตือรือร้นในเรื่องของการเรียน
และได้นำคำศัพท์และทักษะต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อบรมมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Learning Log
จากการศึกษาเพิ่มเติม ดิฉันได้ไปศึกษาและฝึกทักษะในด้านการฟัง ( listening ) เพราะว่าการฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษจะช่วยให้เรามีความคุ้นเคยและชินกับสำเนียงของเจ้าของภาษา
นอกจากนี้เรายังจะได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในการพูดคุยทั่วๆไป ซึ่งในบางคำพูดมันเป็นคำศัพท์แสลง
ซึ่งถ้าเราไม่ได้ดูหนังเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าคำๆนี้มันคืออะไร
สิ่งเหล่านี้หาได้ยากมากตามหนังสือที่เรียนภาษาอังกฤษ การฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษ
จะเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้และฝึกพูดตามไปด้วย
ดิฉันได้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง caption America
ซึ่งสามารถสรุปเนื้อเรื่องคร่าวๆได้ดังนี้ มีเด็กชายร่างเล็กคนหนึ่ง
แต่มีจิตใจที่กล้าหาญ
เค้ามีความต้องการที่จะเป็นทหารแต่ด้วยรูปกายที่เล็กจึงทำให้เค้าไม่ผ่านการคัดเลือก
แต่ด้วยความที่เค้ามีใจในการรักความเป็นทหาร
และในขณะที่เค้าพูดคุยกับเพื่อนของเค้าที่เป็นทหาร
ก็ได้มีนายพลทหารท่านหนึ่งเดินผ่านมาได้ยินบทสนทนานั้นพอดี
จึงทำให้เค้าได้รับคัดเลือกให้ป็นทหาร
แต่ในระหว่างที่ฝึกในค่ายเค้าฝึกได้ไม่ทันกับเพื่อนๆคนอื่น
อาจจะเป็นเพราะเค้าตัวเล้กจึงทำให้วิ่งไม่ทันเพื่อน มีครั้งหนึ่งที่ท่านนายพลบอกว่า
“ ถ้าใครเอาธงลงมาได้จะได้นั่งรถกลับค่าย ” นายพลทหารนายอื่นเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบปีนเสาเพื่อที่จะไปเอาธงมาให้ได้
แต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะเอาธงลงมาได้
แต่เค้ามีความคิดที่ดีคือการถอดล็อกข้างล่างเสาเพื่อทำให้เสาหักลงมาจึงส่งผลให้เค้าเอาธงลงมาได้
และในความที่เค้าเป็นคนเสียสละ
จากเหตุการณ์ที่นายพลแกล้งโยนระเบิดปลอมใส่นายทหารที่ฝึกกันอยู่
นายทหารคนอื่นต่างพากันวิ่งหนี
แต่เค้ากลับสั่งให้ทุกคนหลบไปแล้วเอาตัวเองมาบังระเบิดไว้
จากเหตุการณ์นี้ทำให้เค้าได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆและเค้าก็ได้รับคัดเลือกให้ทดลองชีดวัคซีนที่สามารถทำให้เค้ามีรูปกายทีใหญ่ขึ้น
เมื่อเค้ามีรูปกายที่ใหญ่ขึ้นแล้วประกอบกับการที่เค้ามีความกล้าหาญในทุกๆด้าน
ทำให้เค้าเป็นที่ยอมรับของหลายๆคน เค้าช่วยกอบกู้สถานที่สำคัญต่างๆ
มาได้อย่างกล้าหาญ และได้รับการยกย่องให้เป็น caption America
ดังนั้นทักษะการฟัง
ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราควรตระหนักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
เพือความก้าวหน้าของตัวเราเอง
และความก้าวหน้าของการใช้ภาษาอังกฤษเพราะถ้าเราขาดทักษะใดทักษะหนึ่งไป
เราก็จะไม่สามารถที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติได้อย่างคล่องแคล่ว
เพราะฉะนั้นทักษะการฟังมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก
โดยเราสามารถอาศัยเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยในการฝึกทักษะของเรา
และการดูภาพยนตร์ ก็สามารถทำให้เราเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว
และสิ่งที่สำคัญเราสามารถสื่อสารและใช้ประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทางภาษาและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
Learning log ( In class )
Learning log
( In class )
จากการที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียน ดิฉันได้เรียนรู้ในเรื่อง noun clause หรืออนุประโยคที่ทำหน้าที่เสมือนกับคำนาม
ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้เราจะสามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้ได้ดีนั้น
จะต้องอาศัยความรู้และเทคนิคในหลากหลายด้านประกอบเข้าด้วยกัน
และการฝึกฝนด้านไวยากรณ์ก็เป็นส่วนที่สำคัญที่จะเป็นตัวช่วยให้เราสามารถรู้จักและเข้าใจต่อไวยากรณ์ในเรื่องนั้นๆ
ซึ่งในบางครั้งการทำความเข้าใจ ต่อเนื้อหาของไวยากรณ์อาจจะค่อนข้างใช้เวลานาน
เพราะไวยากรณ์นั้นมีเนื้อหาที่ยากและซับซ้อน
และในบางเรื่องมันก็ค่อนข้างที่จะมีการยกตัวอย่างประโยคที่คล้ายกัน
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีความเข้าใจในเนื้อหาก็จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่า อนุประโยคนี้เป็น
clause ประเภทไหน และจากการที่เรียนรู้เรื่อง noun clause ไปนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะเราจะได้เรียนรู้และสามารถสังเกตได้ว่า clause
ใดเป็น noun clause บ้าง
ซึ่งมีลักการสังเกตดังต่อไปนี้
Noun clause is a dependent clause that functions as a noun.
>>> Tom yum kung is fine with me. ( Tom
yum kung …noun acting as subject ) >>>Whatever
you want is fine with me.( whatever you want… noun clause acting as
subject ) Noun clause ทำหน้าที่เสมือนเป็นคำนามในประโยค
ในชีวิตประจำวันเราอาจได้ยินหรือใช้ noun clause โดยไม่ได้รู้ตัวว่ากำลังใช้
noun clause อยู่ ตัวอย่างเช่น Somsak thinks he had better stop smoking now. ประโยคเต็มและเป็นทางการคือ Somsak thinks ( that ) he had better
stop smoking. สมศักดิ์คิดว่าเขาควรจะหยุดสูบบุหรี่ได้แล้วตอนนี้ I
don’t understand Nadej want to convey. ระโยคที่เป็นทางการคือ I don’t understand ( what ) Nadej want to convey.
ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่ณเดชต้องการจะสื่อเลย
การใช้ noun clause ให้ถูกต้องถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
โดยเฉพาะในส่วนของ writing และ speaking เมื่อ noun clause ทำหน้าที่เสมือนคำนาม ดังนั้น noun clause จึงสามารถปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่คำนามปรากฏได้ทุกตำแหน่ง
คือ ประธาน ( subject ) และ กรรม ( object ) เราสามารถสังเกตว่าคำไหนเป็นประธานหรือกรรมได้ดังนี้ หรือว่า Types
of Noun clause 1.) Subject NC มีตำแหน่งอยู่หน้าประโยคหรือหน้ากริยาทำหน้าที่เป็นประธานในประโยค
2.) Direct Object NC
มีตำแหน่งอยู่หลังกริยา ทำหน้าที่เป็นกรรม 3.) Object of Preposition NC มีตำแหน่งอยู่หลังบุพบท ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท 4.) Subject of
Complement NC มีตำแหน่งอยู่หลัง V to be ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายประธาน
1.) Subject Noun Clauseโดยปกติแล้วคำนามหรืออนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
ในประโยคมักจะปรากฏอยู่หน้ากริยาหรือหน้าประโยค ตัวอย่างเช่น What clause so many
difficulties in the IELTS test is the writing section. จากประโยคข้างต้น
What clause so many difficulties in the IELTS test เป็น noun
clause อยู่หน้าประโยค ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค 2.) Direct Object Noun Clause ตัวอย่างประโยคเช่น I suggest you that you
should go to movie with me tonight. ผมแนะนำว่าคุณควรจะไปดูหนังกับผมคืนนี้ จากประโยคข้างต้น ส่วนที่ขีดเส้นใต้อยู่หลังกริยา
suggest เป็นกรรมตรง ( Direct Object ) ของ suggest ตามหลังกรรมรอง ( Indirect
object )
3.) Object
of the preposition Noun Clause … Yaya is always proud of where she was born.
ญาญ่าภูมิใจในบ้านเกิดของตนเองเสมอ จากประโยคข้างต้น where
she was born เป็นคำนา มีตำแหน่งอยู่หลัง บุพบท (
Preposition ) of ทำหน้าที่เป็นกรรมของ of 4.)
Subject as Complement Noun Clause
….The stability of life is what James Ji wants the most in this life. ความมั่นคงในชีวิตคือสิ่งที่
เจมส์จิ ต้องการมากที่สุด จากประโยคข้างต้น what James Ji wants the most
in this life. มีตำแหน่งอยู่หลังกริยา
( V to be ) is ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายหรือเป็นส่วนสมบูรณ์ของประธาน
The stability of เพื่อบ่งชี้หรือขยายความ The
stability of life
ประเภทของ Object Noun Clause…. Object Noun Clause จะต้องอยู่คู่กับ
Main Clause ของประโยคเสมอโดยประโยคจะเริ่มด้วย Main
Clause แล้วตามด้วย Object Noun Clause โดยไม่ต้องมีเครื่องหมาย
comma คั่น Object noun clause มี 3
ประเภทได้แก่ 1.) Noun
Clause ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า that… ใช้ตามหลัง Verb
บางตัวที่แสดงความรู้สึก ความคิด หรือ ความคิดเห็น เช่น agree
feel , know, remember, believe, forget, อย่างเช่น Sompong know all along that his mum loves him so much. ….ถ้าเป็นภาษาพูดมักจะละคำว่า
that ซึ่งเป็นคำขึ้นต้น clause อย่างเช่น I think it’s red, not
green. 2.) Noun Clause ที่ขึ้นต้นด้วย
Wh-words ได้แก่คำว่า what where when why how อย่างเช่น I khow why she come home very late. Can you tell me what time show starts.
3.) การใช้ noun
clause ที่ขึ้นต้นด้วย if หรือ whether
ตัวอย่างเช่น Did they pass the exam? ( Direct Question ) I
don’t khow if they passed the exam
( Indirect Question ) …การละ “ that ” ในประโยค Noun Clause สามารถละได้ดังนี้ กรณีที่ noun clause เป็น object อย่างเช่น We believe ( that ) he told the truth. กรณีที่ noun clause เป็น subject complement อย่างเช่น The reason is ( that) he
speaks English fluently. ตามหลังคำคุณศัพท์ อย่างเช่น I am
sure ( that ) he can get a good job.
จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ในห้องเรียนเรื่อง
noun clause ทำให้มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น
จนทำให้สามารถสังเกตและใช้ noun clause ได้ดีขึ้นกว่าเดิม
และยังทำให้ สามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ดีอีกด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


